
ในยุคที่ต้องใช้ทั้งคอมพิวเตอร์ สมาร์ตโฟน และอุปกรณ์ดิจิทัลในชีวิตประจำวัน ดวงตาจึงต้องทำงานหนักขึ้น หลายคนอาจเริ่มมีอาการตาล้า ตาแห้ง หรือมองเห็นไม่ชัดเป็นบางครั้ง การดูแลสุขภาพดวงตาจึงไม่ควรใส่ใจเพียงการพักสายตา แต่ควรดูแลเรื่องโภชนาการควบคู่กัน โดยเฉพาะสารอาหารที่มีส่วนช่วยในการทำงานและดูแลดวงตา
บทความนี้หมอพงศ์จะพาไปทำความรู้จักกับวิตามินบำรุงสายตา และสารอาหารสำคัญที่ควรรู้รวมถึงแนวทางการเลือกรับประทานให้เหมาะกับสุขภาพของแต่ละคนครับ
Key Takeaway
- วิตามินและสารอาหารบางชนิดมีส่วนช่วยสนับสนุนการทำงานตามปกติของดวงตา แต่หากใช้หน้าจอนานแล้วมีอาการตาล้า ตาแห้ง หรือปรับโฟกัสช้าลง สาเหตุมักเกี่ยวข้องกับการเพ่งระยะใกล้ต่อเนื่องและการกะพริบตาที่ลดลง มากกว่าการที่แสงสีฟ้าจากหน้าจอทำลายจอประสาทตาโดยตรงครับ
- การบำรุงสายตาควรเน้นอาหารที่หลากหลาย เพื่อให้ได้รับลูทีน ซีแซนทีน วิตามินเอ วิตามินอี สังกะสี และโอเมก้า 3 ซึ่งมีส่วนช่วยดูแลสุขภาพดวงตาและการมองเห็นในระยะยาวครับ
- วิตามินบำรุงสายตาควรรับประทานพร้อมหรือหลังมื้ออาหาร โดยเฉพาะมื้อที่มีไขมัน เพื่อช่วยการดูดซึม และควรกินอย่างสม่ำเสมอควบคู่กับการพักสายตาอย่างเหมาะสม
สารบัญบทความ
วิตามินบำรุงสายตา คืออะไร ช่วยดูแลสุขภาพดวงตาของคุณอย่างไรบ้าง
สัญญาณแบบไหนที่บอกว่าควรใส่ใจดูแลสุขภาพดวงตามากขึ้น?
วิตามินและสารอาหารบำรุงสายตาที่มีข้อมูลการศึกษารองรับ มีอะไรบ้าง?
อาหารธรรมชาติที่ช่วยบำรุงสายตามีอะไรบ้าง
วิตามินบำรุงสายตาควรกินอย่างไร และควรกินช่วงเวลาไหนเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ในการบำรุงที่ดี
เลือกวิตามินบำรุงสายตาเพื่อบำรุงสุขภาพดวงตาควรพิจารณาอะไรบ้าง?
วิตามินบำรุงสายตา ตัวช่วยเสริมการดูแลดวงตาของคุณในทุก ๆ วัน
วิตามินบำรุงสายตา คืออะไร ช่วยดูแลสุขภาพดวงตาของคุณอย่างไรบ้าง
วิตามินบำรุงสายตาหรือยาบำรุงสายตา คือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีสารอาหารสำคัญสำหรับช่วยดูแลสุขภาพดวงตา โดยมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำงานของจอประสาทตา เลนส์ตา กล้ามเนื้อตา และระบบไหลเวียนเลือดที่หล่อเลี้ยงดวงตา
สารอาหารเหล่านี้ไม่ได้ใช้เพื่อรักษาโรคทางตาโดยตรง แต่มีส่วนช่วยดูแลดวงตาจากปัจจัยที่อาจส่งผลต่อสุขภาพดวงตา เช่น แสงสีฟ้า รังสี UV และอนุมูลอิสระ พร้อมสนับสนุนการทำงานของเซลล์รับภาพให้เป็นไปตามปกติ
สัญญาณแบบไหนที่บอกว่าควรใส่ใจดูแลสุขภาพดวงตามากขึ้น?

การใช้สายตาต่อเนื่องเป็นเวลานาน โดยเฉพาะการจ้องหน้าจอ อาจทำให้เกิดอาการไม่สบายตาได้ หากพบอาการเหล่านี้ ควรหันมาใส่ใจดูแลสุขภาพดวงตามากขึ้น
- ตาล้า รู้สึกตึง ๆ ล้า หรือปวดบริเวณรอบดวงตาหลังจากจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์หรืออ่านหนังสือเป็นเวลานาน
- ตาแห้ง รู้สึกระคายเคือง เหมือนมีเม็ดทรายอยู่ในตา แสบตา หรือน้ำตาไหลบ่อย โดยมักพบในผู้ที่ทำงานในห้องแอร์และจ้องหน้าจอนาน ๆ จนกะพริบตาน้อยลง
- สายตาพร่ามัว มองเห็นภาพไม่ชัดชั่วคราว หรือใช้เวลาในการโฟกัสภาพนานขึ้น โดยเฉพาะหลังใช้สายตาอย่างหนักต่อเนื่องหลายชั่วโมง
- ตาแพ้แสง รู้สึกไวต่อแสงแดดหรือแสงจากหน้าจอ ต้องหยีตาบ่อยเมื่ออยู่ในบริเวณที่มีแสงสว่างมาก
วิตามินบำรุงสายตาเหมาะกับใคร
การดูแลสายตาไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเท่านั้น แต่วิตามินบำรุงสายตาจะช่วยตอบโจทย์และมีประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับบุคคลกลุ่มต่าง ๆ ดังต่อไปนี้
- กลุ่มคนทำงานออฟฟิศและนักเรียนนักศึกษา โดยเฉพาะมีไลฟ์สไตล์ที่ต้องใช้คอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต หรือสมาร์ตโฟนเป็นเวลานาน อาจทำให้เกิดอาการล้าจากการใช้สายตา (Digital Eye Strain) เช่น ตาล้า ตาแห้ง หรือมองภาพไม่ชัดชั่วคราว โดยเฉพาะเมื่อจ้องหน้าจอต่อเนื่องและพักสายตาไม่เพียงพอครับ
- ผู้สูงอายุ ที่เริ่มมีปัญหาดวงตาเสื่อมตามวัย เช่น อาการตาฝ้าฟาง เพราะขาดวิตามิน หรือมีความเสี่ยงต่อภาวะจอประสาทตาเสื่อมและต้อกระจกตามวัย
- ผู้ที่มีอาการ ตาแห้ง เป็นประจำ จากการใส่คอนแทคเลนส์เป็นเวลานาน หรือผู้ที่ทำงานในสภาพแวดล้อมที่มีลมแรง ฝุ่นละออง หรืออยู่ในห้องปรับอากาศตลอดเวลา
- ผู้ที่ต้องขับรถในเวลากลางคืนบ่อย ๆ ซึ่งต้องใช้สมาธิและการมองเห็นในที่มืดมากกว่าปกติ การบำรุงสายตาจะช่วยให้ปรับโฟกัสในที่มืดได้ดีขึ้น
วิตามินและสารอาหารบำรุงสายตาที่มีข้อมูลการศึกษารองรับ มีอะไรบ้าง?

การเลือกวิตามินบำรุงสายตา หรือยาบำรุงสายตา ควรพิจารณาส่วนผสมที่มีข้อมูลการศึกษาและงานวิจัยรองรับ โดยสารอาหารสำคัญที่มีบทบาทต่อสุขภาพดวงตา มีดังนี้
ลูทีนและซีแซนทีน (Lutein & Zeaxanthin)
ลูทีนและซีแซนทีนเป็นสารในกลุ่มแคโรทีนอยด์ที่พบได้บริเวณจุดรับภาพของจอประสาทตา มีส่วนช่วยกรองแสงและต้านอนุมูลอิสระ เพื่อช่วยปกป้องเซลล์จอประสาทตา ร่างกายไม่สามารถสร้างสารทั้งสองชนิดเองได้ จึงควรได้รับจากอาหาร เช่น ผักใบเขียวเข้ม หรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีลูทีนและซีแซนทีนเป็นส่วนประกอบ อย่าง Dr.PONG Luminexar Lutein Plus Maquiberry Extract ที่ผสาน Lutein Esters สกัดจากดอกดาวเรืองเข้ากับสารสกัดมากิเบอร์รี 30 มก. อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระกลุ่มแอนโทไซยานิน และน้ำมันปลา DHA 70% เหมาะสำหรับผู้ที่ใช้สายตาหนักหรือทำงานหน้าจอเป็นประจำ ที่กำลังมองหาตัวช่วยดี ๆ ในการบำรุงสุขภาพดวงตาของตัวเอง
บิลเบอร์รีสกัด (Bilberry Extract)
บิลเบอร์รีสกัดอุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระกลุ่มแอนโทไซยาโนไซด์ (Anthocyanosides) ซึ่งมีส่วนช่วยดูแลเส้นเลือดฝอยและการไหลเวียนเลือดบริเวณดวงตา รวมถึงช่วยลดอาการตาล้า แหล่งที่พบคือผลบิลเบอร์รี และสามารถพบได้ในรูปแบบสารสกัดที่ใช้เป็นส่วนประกอบของอาหารเสริม
เบต้าแคโรทีน (Beta-Carotene)
เบต้าแคโรทีนเป็นสารตั้งต้นของวิตามินเอ ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อกระบวนการมองเห็น โดยเฉพาะการมองเห็นในที่มืดหรือแสงน้อย หากร่างกายได้รับวิตามินเอไม่เพียงพอ อาจส่งผลต่อการมองเห็น แหล่งอาหารที่พบเบต้าแคโรทีน ได้แก่ แครอท ฟักทอง และมะละกอ
แอสตาแซนธิน (Astaxanthin)
แอสตาแซนธินเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีส่วนช่วยดูแลกล้ามเนื้อยึดเลนส์ตา และช่วยลดอาการตึงหรือเมื่อยล้าจากการใช้สายตาเป็นเวลานาน แหล่งธรรมชาติที่พบได้คือสาหร่ายสีแดงบางชนิด เช่น Haematococcus pluvialis และยังมีในรูปแบบผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เช่น Dr. PONG แอสตาแซนธิน
วิตามินซีและวิตามินอี (Vitamin C & E)
วิตามินซีและวิตามินอีเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีส่วนช่วยปกป้องเซลล์ดวงตาจากความเสียหายที่เกิดจากอนุมูลอิสระและปัจจัยจากสิ่งแวดล้อม ทั้งสองชนิดพบได้ในอาหารทั่วไป เช่น ผลไม้ตระกูลส้ม เบอร์รี และถั่วชนิดต่าง ๆ
สังกะสี (Zinc)
สังกะสีมีบทบาทในการทำงานของวิตามินเอและเอนไซม์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับดวงตา จึงเป็นแร่ธาตุที่มีความสำคัญต่อสุขภาพการมองเห็น แหล่งอาหารที่พบ ได้แก่ เนื้อสัตว์ อาหารทะเล ถั่ว และเมล็ดพืช รวมถึงผลิตภัณฑ์เสริมอาหารอย่าง Zinc Dr. PONG
กรดไขมันโอเมก้า 3 (Omega-3)
โอเมก้า 3 โดยเฉพาะ DHA เป็นกรดไขมันสำคัญที่พบมากในจอประสาทตา และมีส่วนช่วยสนับสนุนการทำงานของดวงตา รวมถึงช่วยดูแลความชุ่มชื้นของดวงตา โดยสามารถได้รับจากอาหารอย่างปลาทะเลน้ำลึก หรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เช่น น้ำมันปลาครับ
อาหารธรรมชาติที่ช่วยบำรุงสายตามีอะไรบ้าง
การดูแลดวงตาไม่จำเป็นต้องพึ่งอาหารเสริมเพียงอย่างเดียว เพราะอาหารธรรมชาติหลายชนิดมีวิตามิน แร่ธาตุ และสารต้านอนุมูลอิสระที่มีบทบาทต่อสุขภาพดวงตา การรับประทานอาหารให้หลากหลายจึงเป็นพื้นฐานสำคัญครับ
- ผักใบเขียวเข้ม เช่น คะน้า ผักโขม และบรอกโคลี เป็นแหล่งของลูทีนและซีแซนทีน มีส่วนช่วยกรองแสงและปกป้องจอประสาทตา
- ปลาที่มีไขมันดี เช่น ปลาแซลมอน ปลาทูน่า และปลาทู อุดมด้วยกรดไขมันโอเมก้า 3 มีส่วนช่วยดูแลความชุ่มชื้นของดวงตาและลดอาการตาแห้ง
- ไข่แดง เป็นแหล่งของลูทีน ซีแซนทีน และสังกะสี ซึ่งมีส่วนช่วยดูแลสุขภาพดวงตาและลดปัจจัยเสี่ยงของภาวะตาเสื่อมตามวัย
- อะโวคาโด อุดมด้วยลูทีนและวิตามินอี มีส่วนช่วยต้านอนุมูลอิสระและดูแลสุขภาพดวงตา
- ผักและผลไม้สีส้ม-เหลือง เช่น แครอท ฟักทอง มะเขือเทศ และมะละกอสุก มีเบต้าแคโรทีน ซึ่งเป็นสารตั้งต้นของวิตามินเอและมีบทบาทต่อการมองเห็นในที่มืด
วิตามินบำรุงสายตาควรกินอย่างไร และควรกินช่วงเวลาไหนเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ในการบำรุงที่ดี

เพื่อให้ร่างกายดูดซึมสารอาหารและวิตามินบำรุงดวงตาได้อย่างเหมาะสม หมอพงศ์แนะนำให้ปฏิบัติตามแนวทางดังนี้
- รับประทานพร้อมมื้ออาหารหรือหลังอาหารทันที ลูทีน ซีแซนทีน แอสตาแซนธิน เบต้าแคโรทีน และวิตามินอี ละลายได้ดีในไขมัน จึงควรรับประทานพร้อมมื้ออาหารที่มีไขมันเพื่อช่วยการดูดซึม
- รับประทานอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง การดูแลสุขภาพดวงตาต้องอาศัยเวลา ควรรับประทานเป็นประจำตามปริมาณที่ระบุบนฉลากผลิตภัณฑ์
-
ปรับพฤติกรรมการใช้สายตาควบคู่กัน ควรพักสายตาระหว่างใช้หน้าจอ โดยใช้กฎ 20-20-20 คือ ทุก 20 นาที มองไกล 20 ฟุต นาน 20 วินาที เพื่อลดความล้าของดวงตาครับ
เลือกวิตามินบำรุงสายตาเพื่อบำรุงสุขภาพดวงตาควรพิจารณาอะไรบ้าง?
ปัจจุบันมีวิตามินและอาหารเสริมบำรุงสายตาหลากหลายสูตร การเลือกผลิตภัณฑ์จึงควรพิจารณาจากส่วนประกอบ ปริมาณสารอาหาร และมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับความต้องการของร่างกาย
- เลือกส่วนประกอบให้ตรงกับความต้องการ เช่น ลูทีนและซีแซนทีนสำหรับการดูแลจอประสาทตา หรือโอเมก้า 3 สำหรับผู้ที่มีอาการตาแห้ง
- ตรวจสอบปริมาณสารสำคัญ เลือกผลิตภัณฑ์ที่ระบุปริมาณสารอาหารแต่ละชนิดอย่างชัดเจน เพื่อให้รับประทานได้ในปริมาณที่เหมาะสม
- ตรวจสอบเลขสารบบอาหาร (อย.) เลือกผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้อง และมีข้อมูลผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าชัดเจน
- พิจารณาส่วนประกอบอื่น ๆ ตรวจสอบฉลากและหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีสารเติมแต่ง น้ำตาล หรือสารกันเสียในปริมาณที่ไม่จำเป็น
- เลือกให้เหมาะกับสุขภาพของตนเอง หากมีโรคประจำตัวหรือรับประทานยาบางชนิด ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเลือกใช้ผลิตภัณฑ์
วิตามินบำรุงสายตา ตัวช่วยเสริมการดูแลดวงตาของคุณในทุก ๆ วัน
สุขภาพดวงตาที่ดีไม่ได้เริ่มจากวิตามินเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการดูแลในภาพรวม ทั้งการพักผ่อนให้เพียงพอ พักสายตาระหว่างใช้หน้าจอ และรับประทานอาหารให้หลากหลาย เพื่อให้ดวงตาได้รับการดูแลควบคู่ไปกับสุขภาพของร่างกายครับ
หากต้องการเสริมวิตามินบำรุงสายตา หมอพงศ์แนะนำให้เลือกจากสารอาหารที่ตรงกับความต้องการ พร้อมดูแหล่งวัตถุดิบและข้อมูลที่ตรวจสอบได้เป็นหลัก เพราะอาหารเสริมที่เหมาะสมควรเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการดูแลตัวเองอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ดวงตาพร้อมใช้งานและสุขภาพดีในระยะยาวครับ
สำหรับใครที่สนใจผลิตภัณฑ์ Dr.PONG สามารถดูรายละเอียดผลิตภัณฑ์ ส่วนประกอบ วิธีใช้ และสั่งซื้อได้ที่เว็บไซต์ Dr.PONG หรือสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ พูดคุยสอบถาม และติดต่อทีมงาน เพิ่มเติมได้ที่นี่
- LINE : drpongshop
- Facebook : Dr. PONG ดอกเตอร์พงศ์
คำถามที่พบบ่อย (FAQs)
วิตามินบำรุงสายตาช่วยได้จริงไหม?
ช่วยได้ครับ โดยเฉพาะผู้ที่ใช้สายตาหรือจ้องหน้าจอเป็นเวลานาน และผู้สูงอายุ เนื่องจากวิตามินบางชนิดมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยกรองแสงและปกป้องเซลล์ดวงตาจากความเสื่อมตามวัย
กินวิตามินบำรุงสายตานานแค่ไหนถึงเห็นผล?
โดยทั่วไปอาจเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงด้านความชุ่มชื้นของดวงตาและอาการตาล้าหลังรับประทานอย่างสม่ำเสมอประมาณ 4-8 สัปดาห์ ทั้งนี้ ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคลครับ
เด็กกินวิตามินบำรุงสายตาได้ไหม?
เด็กสามารถรับสารอาหารบำรุงสายตาได้จากอาหารธรรมชาติ เช่น ผักและผลไม้หลากสี หากต้องการรับประทานในรูปแบบอาหารเสริม ควรปรึกษาแพทย์หรือกุมารแพทย์ก่อนเพื่อให้เหมาะสมกับเด็กครับ
คนที่ใช้คอมและมือถือบ่อย ควรเลือกอาหารเสริมบำรุงสายตาแบบไหน?
หมอพงศ์แนะนำว่าควรเลือกผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีลูทีน ซีแซนทีน สารสกัดจากบิลเบอร์รี และแอสตาแซนธิน ซึ่งเป็นสารอาหารที่มีบทบาทในการดูแลสุขภาพดวงตาและช่วยลดความเหนื่อยล้าจากการใช้สายตาครับ

