Skip to content

📣 ช้อปครบ 1,000 บาท รับส่วนลด 1,000 บาท📦 ส่งฟรี!

อาหารที่มีแมกนีเซียมสูง มีอะไรบ้าง? รู้จักแหล่งอาหารและวิธีกินให้ได้ประโยชน์

อาหารที่มีแมกนีเซียมสูง มีอะไรบ้าง

เคยรู้สึกอ่อนเพลียโดยไม่ทราบสาเหตุ นอนไม่หลับ หรือมีอาการตะคริวที่น่องบ่อย ๆ ไหมครับ? อาการเหล่านี้อาจไม่ใช่เพียงความเหนื่อยล้าทั่วไป แต่อาจเป็นสัญญาณว่าร่างกายกำลังขาดแร่ธาตุสำคัญอย่างแมกนีเซียม ที่มีส่วนช่วยในการทำงานของระบบต่าง ๆ มากกว่า 300 กระบวนการ

การเลือกรับประทานอาหารที่มีแมกนีเซียม สารอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ จึงเป็นอีกหนึ่งแนวทางที่ช่วยดูแลร่างกายให้แข็งแรงและทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ วันนี้หมอพงศ์จะพาทุกคนไปรู้จักแหล่งอาหารที่มีแมกนีเซียม พร้อมแนวทางการดูแลสุขภาพที่เหมาะสมกันครับ


Key Takeaway

  • แมกนีเซียม เป็นสารอาหารสำคัญที่มีส่วนช่วยควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อ ระบบประสาท และช่วยเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรง
  • การเลือกรับประทานอาหารที่มีแมกนีเซียมสูง เช่น ผักใบเขียว เมล็ดพืช และธัญพืช มีส่วนช่วยลดอาการตะคริวและความตึงเครียด
  • ผู้ใหญ่ควรได้รับแมกนีเซียมประมาณ 310-420 มิลลิกรัมต่อวัน เพื่อช่วยรักษาสมดุลการทำงานของร่างกาย


สารบัญบทความ

แมกนีเซียมสำคัญกับร่างกายอย่างไร?

อาหารที่มีแมกนีเซียมสูง มีอะไรบ้าง?

สัญญาณเตือนเมื่อร่างกายขาดแมกนีเซียม เป็นอย่างไร?

ร่างกายควรได้รับแมกนีเซียมวันละเท่าไหร่?

ได้รับแมกนีเซียมไม่เพียงพอ ควรเลือกกินอะไรและปรับมื้ออาหารอย่างไร?

หากจำเป็นต้องเสริมแมกนีเซียมให้กับร่างกาย ควรเลือกอาหารเสริมอย่างไร?

ปรับสมดุลสุขภาพระยะยาวด้วยแมกนีเซียม สารอาหารเพื่อร่างกายที่แข็งแรง

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)


แมกนีเซียมสำคัญกับร่างกายอย่างไร?

แมกนีเซียม (Magnesium หรือ Mg) เป็นแร่ธาตุสำคัญที่มีส่วนร่วมกับการทำงานของร่างกายในหลายระบบ ตั้งแต่การหดและคลายตัวของกล้ามเนื้อ การส่งสัญญาณของระบบประสาท ไปจนถึงการช่วยดูแลความดันโลหิตให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม

ซึ่งนอกจากนี้ แมกนีเซียมยังช่วยให้เอนไซม์ต่าง ๆ ทำงานได้ตามปกติ มีส่วนในการเปลี่ยนอาหารเป็นพลังงาน สังเคราะห์โปรตีน และรักษาสมดุลของแคลเซียมกับโพแทสเซียมในร่างกาย เมื่อได้รับอย่างเพียงพอจึงมีส่วนช่วยสนับสนุนการทำงานของกล้ามเนื้อและระบบประสาท ลดความอ่อนล้า และอาจช่วยให้ร่างกายผ่อนคลาย รวมถึงลดโอกาสเกิดอาการเกร็งหรือตะคริวที่สัมพันธ์กับการได้รับแมกนีเซียมไม่เพียงพอครับ

อาหารที่มีแมกนีเซียมสูง มีอะไรบ้าง?

การปรับพฤติกรรมการรับประทานอาหารในแต่ละมื้อ เป็นอีกหนึ่งวิธีดูแลตัวเองที่ทำได้ง่ายในชีวิตประจำวัน หมอพงศ์ขอแนะนำกลุ่มอาหารธรรมชาติที่มีแมกนีเซียมสูง ซึ่งสามารถเลือกรับประทานได้หลากหลาย ดังนี้ครับ 

ผักใบเขียวที่เป็นอาหารที่มีแมกนีเซียมสูง

ผักใบเขียว

ผักใบเขียวเป็นอีกแหล่งของแมกนีเซียมที่พบได้ง่ายในอาหารประจำวัน เพราะ คลอโรฟิลล์ (Chlorophyll) หรือเม็ดสีเขียวของพืชมีแมกนีเซียมเป็นองค์ประกอบสำคัญ ตัวอย่างผักใบเขียวที่มีแมกนีเซียมสูง ได้แก่ ผักโขม ผักคะน้า ผักปวยเล้ง และผักกาดหอม สามารถนำมาสลับรับประทานในแต่ละมื้อ ทั้งแบบต้มหรือผัด เพื่อช่วยเพิ่มแมกนีเซียมจากอาหารได้อย่างเป็นธรรมชาติครับ

“รู้ไหมครับ? ว่าผักใบเขียวไม่ได้มีดีแค่แมกนีเซียม แต่ยังเป็นแหล่งของสารอาหารสำคัญที่มีส่วนช่วยดูแลดวงตาอีกด้วย มาดูกันว่าวิตามินบำรุงสายตามีอะไรบ้าง และควรเลือกอย่างไรให้เหมาะกับคุณครับ”

ถั่วและเมล็ดพืชที่เป็นอาหารที่มีแมกนีเซียมสูง

ถั่วและเมล็ดพืช

ถั่วและเมล็ดพืชเป็นแหล่งแมกนีเซียมที่เพิ่มเข้ามาในมื้ออาหารได้ง่าย เช่น เมล็ดฟักทอง เมล็ดทานตะวัน อัลมอนด์ และเม็ดมะม่วงหิมพานต์ โดยเมล็ดฟักทองอบแห้งประมาณ 1 กำมือ หรือ 30 กรัม สามารถให้แมกนีเซียมได้ประมาณ 40% ของความต้องการในแต่ละวัน เหมาะสำหรับกินเป็นของว่างหรือโรยเพิ่มในมื้ออาหารครับ 

ธัญพืชไม่ขัดสีที่เป็นอาหารที่มีแมกนีเซียมสูง

ธัญพืชไม่ขัดสี

หากต้องการเพิ่มแมกนีเซียมจากอาหาร หมอพงศ์ขอแนะนำว่าให้ลองสลับจากข้าวขาวมาเป็น ข้าวกล้อง ข้าวโอ๊ต ควินัว หรือโฮลวีต ซึ่งนอกจากจะเป็นแหล่งแมกนีเซียมแล้ว ยังให้ใยอาหารมากขึ้น และมีส่วนช่วยดูแลระดับน้ำตาลในเลือดและสุขภาพหัวใจด้วยครับ

พืชตระกูลถั่วที่เป็นอาหารที่มีแมกนีเซียมสูง

พืชตระกูลถั่ว

ถั่วเหลือง ถั่วดำ ถั่วแดง และถั่วเลนทิล เป็นทั้งแหล่งโปรตีนจากพืชและแมกนีเซียมต่อร่างกาย โดยคุณสามารถเพิ่มลงในมื้ออาหารได้หลายแบบ เช่น ดื่มน้ำเต้าหู้ที่ไม่หวานจัด หรือใส่ถั่วต้มในสลัด เพียงเท่านี้ก็ช่วยให้ร่างกายของคุณได้ทั้งโปรตีน แร่ธาตุ และสารอาหารดี ๆ สุขภาพ

ผลไม้ที่มีแมกนีเซียมที่เป็นอาหารที่มีแมกนีเซียมสูง

ผลไม้ที่มีแมกนีเซียม

ผลไม้บางชนิดก็ช่วยเพิ่มแมกนีเซียมในแต่ละวันได้เช่นกันครับ เช่น กล้วยหอม ขนาดกลาง 1 ผล ให้แมกนีเซียมประมาณ 32 มิลลิกรัม หรือแม้กระทั่งอะโวคาโดที่ให้ทั้งแมกนีเซียมและไขมันดี รวมถึงมะละกออีกด้วย

แหล่งอาหารอื่น ๆ ที่เป็นอาหารที่มีแมกนีเซียมสูง

แหล่งอาหารอื่น ๆ

แมกนีเซียมยังพบได้ในอาหารอีกหลายชนิด เช่น ดาร์กช็อกโกแลตที่มีโกโก้ 70% ขึ้นไป รวมถึงปลาทะเลอย่างปลาแซลมอนและปลาทู ซึ่งนอกจากจะให้แมกนีเซียมแล้ว ยังเป็นแหล่งของกรดไขมันโอเมก้า 3 และสารอาหารที่มีส่วนสำคัญต่อการทำงานของระบบประสาท จึงสามารถนำมาสลับรับประทานเพื่อเพิ่มความหลากหลายให้กับมื้ออาหารได้ครับ

สัญญาณเตือนเมื่อร่างกายขาดแมกนีเซียม เป็นอย่างไร?

ภาวะแมกนีเซียมต่ำอาจสังเกตได้ยากในช่วงแรก เพราะอาการมักไม่จำเพาะ แต่หากร่างกายได้รับแมกนีเซียมไม่เพียงพออย่างต่อเนื่อง อาจเริ่มมีอาการบางอย่างที่ส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น

  • เป็นตะคริวหรือกล้ามเนื้อกระตุกบ่อย เนื่องจากแมกนีเซียมมีส่วนสำคัญต่อการหดและคลายตัวของกล้ามเนื้อ เมื่อระดับแมกนีเซียมต่ำจึงอาจพบอาการเกร็งหรือกระตุกได้
  • อ่อนเพลียหรือกล้ามเนื้ออ่อนแรง อาจรู้สึกเหนื่อยง่าย ไม่มีแรง แม้จะพักผ่อนเพียงพอแล้ว
  • พักผ่อนได้ไม่เต็มที่ บางคนอาจรู้สึกกระสับกระส่ายหรือผ่อนคลายได้ยาก ซึ่งอาจรบกวนการพักผ่อนและการนอนหลับ

อย่างไรก็ตาม อาการเหล่านี้ไม่ได้หมายความว่าร่างกายขาดแมกนีเซียมเสมอไป หากภาวะแมกนีเซียมต่ำรุนแรงขึ้น อาจพบอาการเบื่ออาหาร คลื่นไส้ ชา กล้ามเนื้อเกร็งหรือกระตุก และในกรณีที่รุนแรงอาจส่งผลต่อจังหวะการเต้นของหัวใจได้ หากมีอาการผิดปกติต่อเนื่อง ควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่ชัดเจนครับ

ร่างกายควรได้รับแมกนีเซียมวันละเท่าไหร่?

ปริมาณแมกนีเซียมที่ร่างกายควรได้รับต่อวัน (Recommended Dietary Allowance: RDA) จะแตกต่างกันตามช่วงอายุและเพศ เพื่อช่วยให้ร่างกายทำงานได้อย่างเหมาะสมและรักษาสมดุลของเซลล์ ดังนี้ 

  • ผู้ชายวัยผู้ใหญ่ (อายุ 19-50 ปี): ควรได้รับประมาณ 400-420 มิลลิกรัมต่อวัน
  • ผู้หญิงวัยผู้ใหญ่ (อายุ 19-50 ปี): ควรได้รับประมาณ 310-320 มิลลิกรัมต่อวัน
  • หญิงตั้งครรภ์: ควรได้รับประมาณ 350-360 มิลลิกรัมต่อวัน เพื่อรองรับการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์
  • หญิงให้นมบุตร: ควรได้รับประมาณ 310-320 มิลลิกรัมต่อวัน

ข้อควรระวังสำหรับกลุ่มเสี่ยง

  • ผู้ป่วยโรคไต: หากการทำงานของไตลดลง อาจขับแมกนีเซียมส่วนเกินได้ไม่ดี ทำให้เกิดการสะสมในร่างกาย จึงควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทานอาหารเสริมหรือยาแมกนีเซียม
  • ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับระบบย่อยอาหาร: เช่น โรคโครห์น (Crohn's Disease) อาจทำให้การดูดซึมแร่ธาตุลดลง และเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะแมกนีเซียมต่ำกว่าปกติครับ

ได้รับแมกนีเซียมไม่เพียงพอ ควรเลือกกินอะไรและปรับมื้ออาหารอย่างไร?

หากพบว่าตนเองอาจได้รับแมกนีเซียมจากอาหารในแต่ละวันไม่เพียงพอ สามารถเริ่มปรับพฤติกรรมการกินง่าย ๆ ได้ดังนี้

  • ปรับข้าวในมื้อหลัก เปลี่ยนจากข้าวขาวเป็นข้าวกล้อง ข้าวไรซ์เบอร์รี หรือสลับทานควินัวในบางมื้อ เพื่อเพิ่มใยอาหารและแร่ธาตุ
  • เพิ่มผักใบเขียวเข้ม ในแต่ละมื้อควรมีผักใบเขียวอย่างน้อย 1-2 ทัพพี เช่น ผัดผักโขมหรือแกงจืดปวยเล้ง
  • เลือกของว่างที่มีประโยชน์ เปลี่ยนจากขนมขบเคี้ยวหรือเบเกอรี่ เป็นอัลมอนด์อบ เมล็ดฟักทอง หรือกล้วยหอมระหว่างวัน
  • ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงน้ำอัดลมและเครื่องดื่มรสหวานจัด เพราะน้ำตาลและฟอสเฟตอาจลดการดูดซึมแมกนีเซียมในลำไส้ได้

หากจำเป็นต้องเสริมแมกนีเซียมให้กับร่างกาย ควรเลือกอาหารเสริมอย่างไร?

เสริมแมกนีเซียมให้กับร่างกาย ควรเลือกอาหารเสริมอย่างไร

ในวันที่เร่งรีบหรือรับประทานอาหารได้ไม่หลากหลาย ร่างกายอาจได้รับแมกนีเซียมจากอาหารไม่เพียงพอ การเลือกอาหารเสริมแมกนีเซียม จึงเป็นอีกทางเลือกที่ช่วยเติมแร่ธาตุให้เหมาะกับความต้องการของร่างกายครับ ซึ่งการเลือกแมกนีเซียมที่เหมาะกับตัวเองนั้นควรพิจารณาจากหลาย ๆ ปัจจัย ดังนี้

  • เลือกรูปแบบที่ดูดซึมดี (Chelated Form) แนะนำกลุ่มคีเลตอย่าง Magnesium Glycinate หรือ Citrate เพราะร่างกายนำไปใช้ได้ง่าย แถมยังอ่อนโยน ไม่ระคายเคืองกระเพาะเท่ารูปแบบ Oxide
  • เช็กปริมาณ Elemental Magnesium ตรวจสอบปริมาณแมกนีเซียมแท้จริงบนฉลากให้อยู่ในระดับที่พอดี (ผู้ใหญ่ต้องการราว 300–400 มก./วัน) และเลี่ยงการทานปริมาณสูงเกินไปในครั้งเดียว
  • เน้นมาตรฐานและความปลอดภัย เลือกผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการรับรองจาก อย. มีมาตรฐาน GMP หรือผ่านการตรวจวิเคราะห์จากสถาบันอิสระ เพื่อมั่นใจว่าไร้สารตกค้างและโลหะหนัก
  • มองหาสารอาหารเสริมช่วยส่งเสริมกัน หากมีส่วนผสมของวิตามิน B6 หรือวิตามิน D ร่วมด้วย จะยิ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดูดซึมและการทำงานของแมกนีเซียมให้ดียิ่งขึ้น 

ปรับสมดุลสุขภาพระยะยาวด้วยแมกนีเซียม สารอาหารเพื่อร่างกายที่แข็งแรง

การดูแลสุขภาพเชิงป้องกันเริ่มต้นได้จากสิ่งเล็ก ๆ ที่เราเลือกรับประทานในแต่ละวัน การให้ความสำคัญกับแมกนีเซียม สารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย และการเลือกรับประทานอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ ไม่เพียงช่วยลดความเสี่ยงต่อการขาดแร่ธาตุ แต่ยังช่วยดูแลการทำงานของระบบประสาท กล้ามเนื้อ และหัวใจให้เป็นไปอย่างเหมาะสม

นอกจากนี้ การได้รับสารอาหารอย่างสมดุลยังส่งผลดีต่อสุขภาวะโดยรวมในระยะยาว หากต้องการดูแลสุขภาพของตัวเองและคนที่คุณรัก การปรับมื้ออาหารให้สมดุล ควบคู่กับการพักผ่อนและออกกำลังกายอย่างเหมาะสม ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญของการมีสุขภาพที่ดีและแลดูอ่อนเยาว์ครับ

สำหรับใครที่สนใจผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Dr.PONG สามารถดูรายละเอียดผลิตภัณฑ์ ส่วนประกอบ วิธีใช้ และสั่งซื้อได้ที่เว็บไซต์ Dr.PONG หรือสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ พูดคุยสอบถาม และติดต่อทีมงาน เพิ่มเติมได้ที่นี่

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

การกินแมกนีเซียมช่วยเรื่องการนอนหลับได้ไหม ?

มีส่วนช่วยได้ครับ แมกนีเซียมมีบทบาทต่อสารสื่อประสาทกาบา (GABA) ซึ่งช่วยให้สมองและระบบประสาทผ่อนคลาย ลดความตึงเครียด และช่วยให้นอนหลับได้ง่ายขึ้น โดยสามารถเลือกทานอาหารที่มีแมกนีเซียมสูงในมื้อเย็นเพื่อส่งเสริมการนอนหลับได้เช่นกันครับ 

เด็กและหญิงตั้งครรภ์ต้องการแมกนีเซียมแตกต่างจากผู้ใหญ่ทั่วไปหรือไม่?

แตกต่างกันครับ เด็กต้องการแมกนีเซียมในปริมาณที่แตกต่างกันตามช่วงวัย ขณะที่หญิงตั้งครรภ์ควรได้รับประมาณ 350-360 มิลลิกรัมต่อวัน เพื่อช่วยในการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์และลดการเกิดตะคริวระหว่างตั้งครรภ์

กินแมกนีเซียมจากอาหารมากเกินไปจะเป็นอันตรายต่อร่างกายไหม?

การได้รับแมกนีเซียมจากอาหารธรรมชาติโดยทั่วไปไม่ก่อให้เกิดอันตราย เพราะไตจะช่วยกรองและขับส่วนเกินออกทางปัสสาวะ แต่หากได้รับจากอาหารเสริมในปริมาณมากเกินไป อาจทำให้เกิดอาการท้องเสีย ท้องอืด หรือคลื่นไส้ได้ครับ 

ผู้สูงอายุมีความเสี่ยงขาดแมกนีเซียมมากกว่าคนทั่วไปหรือไม่?

มีความเสี่ยงมากขึ้นครับ เนื่องจากประสิทธิภาพการดูดซึมของระบบย่อยอาหารอาจลดลง รวมถึงอาจทานอาหารได้น้อยลงหรือใช้ยาบางชนิดที่ช่วยขับปัสสาวะ จึงควรเน้นทานอาหารที่มีแร่ธาตุอย่างสม่ำเสมอ 

Previous Post Next Post